งานสหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพ สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน ได้เปิดโอกาสให้หน่วยงานภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงาน โดยดำเนินการตามแนวทางของ CWIE Platform ผ่านกระบวนการสำคัญ 5 กระบวนการ ได้แก่
1) Information คือ การให้ความรู้กับหลักสูตรและสถานประกอบการให้เข้าใจแนวคิดการจัดการศึกษาแบบบูรณาการกับการทำงาน
2) Matching คือ การจับคู่หลักสูตรและสถานประกอบการในการร่วมผลิตบัณฑิต เช่น การสำรวจความต้องการของสถานประกอบการ ในการพัฒนาหลักสูตรที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บัณฑิต
3) Co-designing and Implementation หลักสูตรและสถานประกอบการร่วมกันออกแบบรายวิชาและกิจกรรม ร่วมถึงช่วยนักศึกษาดำเนินโครงงานในสถานประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4) Assessment and development จากนั้นร่วมกันประเมินผลงานของนักศึกษา และ
5) Outreach Activities ได้ชิ้นงาน นวัตกรรม หรืองานวิจัยที่นำไปพัฒนาต่อยอดในอนาคต
โดยในปีการศึกษา 2568 มีหลักสูตรที่ร่วมดำเนินการผ่านการปฏิบัติสหกิจศึกษา จำนวน 9 หลักสูตร นักศึกษา 76 คน และสถานประกอบการ 6 แห่ง และได้มีการลงนามความร่วมมือ ได้แก่
1) สำนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์
2) ไปรษณีย์จังหวัดเพชรบูรณ์
3) สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานเพชรบูรณ์
4) บริษัท ไพแสงยนตรการ จำกัด
5) บริษัท ทีซีซี โฮเทลคอลเล็คชั่น จำกัด
6) บริษัท พี เอ็ม มาร์เก็ตติ้ง สตูดิโอ จำกัด
สรุปผลการดำเนินงานและสะท้อนคิดเห็นแบบมีส่วนร่วม
1. อาจารย์และสถานประกอบการมีความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการจัดการศึกษาแบบ CWIE เกิดความเข้าใจในบทบาท หน้าที่ และแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน จากเดิมที่มองการรับนักศึกษาเป็นเพียงการฝึกงาน เปลี่ยนเป็นการร่วมผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน
2. ได้รับข้อมูลความต้องการของสถานประกอบการเพื่อนำไปพัฒนาหลักสูตรสถานประกอบการได้สะท้อนความต้องการด้านทักษะวิชาชีพ ทักษะดิจิทัล ทักษะการสื่อสาร และทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บัณฑิตนักศึกษาได้นำองค์ความรู้จากห้องเรียนไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริง
3. นักศึกษาสามารถนำความรู้ด้านการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ การตลาด การสื่อสาร งานสารบรรณ และการใช้สื่อดิจิทัล ไปใช้ในการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการส่งผลให้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงและพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพมากยิ่งขึ้น
4. นักศึกษาได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ ทักษะการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การแก้ปัญหา การคิดวิเคราะห์ การบริหารจัดการเวลา การปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมองค์กร และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการทำงาน
5. เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักศึกษา อาจารย์ และสถานประกอบการผ่านกระบวนการสัมมนาและสะท้อนคิดทำให้ได้รับข้อเสนอแนะ ปัญหา อุปสรรค และแนวทางการพัฒนาการดำเนินงานสหกิจศึกษาจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายเพื่อนำไปใช้ปรับปรุงการดำเนินงานในอนาคต
6. นักศึกษาได้พัฒนาโครงงานและผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในสถานประกอบการหลายโครงงานเกิดจากปัญหาจริงขององค์กร ส่งผลให้สถานประกอบการได้รับแนวทางแก้ไขปัญหา นวัตกรรม หรือแนวทางพัฒนางานที่สามารถนำไปต่อยอดได้จริง
7. เกิดเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างมหาวิทยาลัยและสถานประกอบการส่งผลให้เกิดการขยายความร่วมมือทางวิชาการการพัฒนาหลักสูตร การพัฒนาศักยภาพนักศึกษา และการสร้างโอกาสการจ้างงานในอนาคตการประกวดผลงานช่วยยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของนักศึกษา
8. นักศึกษาได้ฝึกทักษะการนำเสนอ การตอบคำถาม การสื่อสารเชิงวิชาการ การคิดวิเคราะห์ และเกิดความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง รวมทั้งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสาขาวิชาต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย
9. ได้ข้อมูลเชิงประจักษ์สำหรับการพัฒนาระบบสหกิจศึกษาอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านการเตรียมความพร้อมก่อนปฏิบัติงาน การนิเทศติดตาม การพัฒนาทักษะที่จำเป็น การจัดระบบรายงานผล และการสร้างกลไกสนับสนุนการดำเนินโครงงานร่วมกับสถานประกอบการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การนำผลจากการมีส่วนร่วมไปปรับปรุงพัฒนา
จากผลการดำเนินงาน ได้นำข้อมูลที่สะท้อนจากการมีส่วนร่วมมาวิเคราะห์และปรับปรุงการดำเนินงานสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (CWIE) โดยมุ่งพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน เสริมสร้างทักษะที่จำเป็นในการทำงานจริงให้แก่นักศึกษา พัฒนาระบบติดตามและนิเทศผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินโครงงานสหกิจศึกษา ขยายความร่วมมือกับสถานประกอบการ และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตลอดจนปรับปรุงระบบการนำเสนอผลงานและกระบวนการดำเนินงานต่าง ๆ ให้มีความชัดเจน รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาและผลิตบัณฑิตที่มีสมรรถนะตรงตามความต้องการของสถานประกอบการและตลาดแรงงานในอนาคต